แต่ถ้า "ไม่มีเวลา" ให้เราช่วยดูแลให้ไหม?
Intro: พี่เข้าใจเลยครับ น้องๆ 😅
เคยไหมครับ เปิด Google แล้วพิมพ์ชื่อหัวข้อวิจัยยาวเป็นหางว่าว
ผลลัพธ์ขึ้นมาเป็นหมื่น แต่… ใช้ไม่ได้สักบท 😭
หรือเจองานวิจัยภาษาอังกฤษที่
- ชื่อเหมือนใช่ แต่เนื้อหาไม่ตรง
- อ่านไม่รู้เรื่อง
- หรืออาจารย์บอกสั้นๆ ว่า “อ้างอิงไม่ดีนะ” (เจ็บจี๊ดเลยครับ)
บทความนี้พี่จะพาน้องๆ ไปรู้จัก วิธีค้นหางานวิจัยเป็นภาษาอังกฤษ แบบมืออาชีพ
15 เคล็ดลับที่พี่ใช้สอนลูกศิษย์มา กว่า 15 ปี
อ่านจบแล้ว น้องจะค้นเจอไวขึ้น งานแน่นขึ้น และโอกาสผ่านสูงขึ้นแบบเห็นได้ชัดครับ
✅ 15 เคล็ดลับ วิธีค้นหางานวิจัยเป็นภาษาอังกฤษ ให้ได้ของดีจริง
1. อย่าค้นทั้งประโยคยาวๆ
พี่แนะนำว่าให้แยกเป็น Keyword สำคัญ 2–4 คำ พอครับ
เช่น
❌ “The effect of online learning on student motivation”
✅ “online learning” + “student motivation”
2. ใช้ Google Scholar ก่อน Google ธรรมดา
พี่บอกเลยครับ งานวิจัย = Google Scholar คือบ้านหลัก
เพราะกรองเฉพาะบทความวิชาการ ไม่ปนบล็อกมั่วๆ ครับ
3. ใช้เครื่องหมาย “ ” ครอบคำสำคัญ
ถ้าน้องอยากได้คำตรงเป๊ะ
เช่น "student motivation"
ผลลัพธ์จะตรงกว่ามากครับ
4. ใช้ AND / OR ให้เป็น
- AND = ต้องมีทั้งสองคำ
- OR = มีคำใดคำหนึ่งก็ได้
เทคนิคนี้อาจารย์รักมากครับ
5. เลือกงานไม่เก่าเกินไป
ส่วนใหญ่พี่แนะนำ ไม่เกิน 5 ปี
ยกเว้นทฤษฎีคลาสสิกที่ต้องอ้างอิงจริงๆ ครับ
6. ดูชื่อวารสารก่อนอ่านเนื้อหา
ถ้าเจอชื่อวารสารแปลกๆ ไม่มี Impact Factor
พี่แนะนำให้ระวังไว้ก่อนครับ
7. อ่าน Abstract ก่อนเสมอ
อย่าเพิ่งเปิด PDF ยาว 30 หน้า
Abstract จะบอกทันทีว่า
“ใช่” หรือ “ไม่ใช่” ครับ
8. ใช้คำว่า “systematic review”
ถ้าน้องอยากได้งานสรุปภาพรวม
คำนี้คือเพชรครับ 💎
9. ไล่ดู Reference ท้ายบท
เคล็ดลับสายลับเลยครับ
งานดี = Reference ดี
คลิกย้อนกลับไป เจอของเทพเพียบครับ
10. ใช้เว็บไซต์ฐานข้อมูลเฉพาะ
เช่น
- Scopus
- PubMed
- ScienceDirect
อาจต้องผ่านระบบมหาลัย แต่คุ้มมากครับ
⚡ พักก่อนนิดนึงครับ
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังรู้สึกมึนๆ หรืออยากหาคนช่วย [รับทำวิจัย] แบบมืออาชีพ ที่การันตีผลงาน ทักหาพี่ได้เลยนะครับ
พี่ดูแลตั้งแต่ค้นบทความ ยันส่งงานจริงครับ
11. ใช้คำพ้อง (Synonym)
คำเดียวกัน แต่อังกฤษมีหลายคำ
เช่น
- motivation = engagement / attitude
เปลี่ยนคำ = เจองานใหม่ทันทีครับ
12. เช็ก Methodology ให้ตรงงานเรา
อย่าอ้างงานเชิงทดลอง ถ้างานเราเป็นเชิงคุณภาพ
อาจารย์ดูตรงนี้จริงจังมากครับ
13. อย่าใช้บทความจากเว็บโหลดฟรีมั่วๆ
ถ้าไม่มี DOI / Publisher ชัดเจน
พี่แนะนำว่าอย่าเสี่ยงครับ
14. เซฟไฟล์ + ตั้งชื่อให้เป็นระบบ
เช่นAuthor_Year_Variable.pdf
ตอนเขียนบทที่ 2 จะไม่ปวดหัวครับ
15. อ่านซ้ำอย่างน้อย 2 รอบ
รอบแรกดูภาพรวม
รอบสองดูว่า “เอาไปใช้อะไรได้บ้าง”
นี่คือทักษะนักวิจัยตัวจริงครับ
💡 มุมมองจากพี่ (ประสบการณ์ 15 ปี)
พี่เคยเจอน้อง ป.เอก คนนึงครับ
ค้นงานวิจัยมาเยอะมาก แต่ ไม่ตรงโจทย์เลย
เพราะใช้ Keyword ผิดตั้งแต่ต้น
พอพี่ช่วยปรับแค่คำค้น
จาก “learning achievement” เป็น “academic performance”
งานที่เคยหาไม่เจอ โผล่มาเป็นสิบบท
สุดท้ายแก้บทที่ 2 ใหม่ ใช้เวลาแค่ 3 วัน แล้วผ่านครับ
จำไว้นะครับ
👉 งานวิจัยไม่ได้ยาก
👉 แต่มันแพ้ทาง “การค้นไม่เป็น” ครับ
🧠 สรุปให้เข้าใจง่ายครับ
- ใช้ Keyword ให้ถูก คือหัวใจของการค้นงานวิจัย
- Google Scholar และฐานข้อมูลเฉพาะช่วยชีวิตมาก
- อ่าน Abstract ก่อนทุกครั้ง ประหยัดเวลา
- งานดี = Reference ดี เสมอครับ
พี่เชื่อว่าน้องๆ ทำได้แน่นอนครับ 💪
“ค้นงานวิจัยไม่ตรงโจทย์ = งานไม่ผ่าน ให้พี่ช่วยไหม? ปรึกษาฟรี ดูแลจนผ่านครับ”
❓ FAQ คำถามที่น้องๆ ถามพี่บ่อย
A: ใช้ Abstract + แปลเฉพาะจุดที่จำเป็นก็พอครับ ไม่ต้องแปลทั้งบท
A: ได้ครับ ถ้าเป็นทฤษฎีหลัก แต่ข้อมูลควรใหม่ไม่เกิน 5 ปีครับ
A: ป.ตรี–โท ส่วนใหญ่พอครับ แต่ ป.เอก แนะนำ Scopus ครับ
A: ได้ครับ แต่ต้องตรวจแหล่งที่มาเองเสมอ ความรับผิดชอบสำคัญมากครับ