💡 กำลังหาข้อมูลทำวิจัยอยู่ใช่ไหม? อ่านบทความนี้จบ ทำตามได้เลย!
แต่ถ้า "ไม่มีเวลา" ให้เราช่วยดูแลให้ไหม?
📋 ประเมินราคาวิจัย (ฟรี)

น้องๆ เคยไหมครับ ตั้งใจทำวิจัยแทบตาย แต่กรรมการถามคำเดียว

“ผลวิจัยเชื่อถือได้แค่ไหน?”

แล้วเรานี่เหงื่อตกทันที 😅
ปัญหานี้พี่เจอบ่อยมาก โดยเฉพาะงานที่ ลืมตรวจสอบความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของผลการวิจัย

บทความนี้พี่จะพาน้องๆ มาทำความเข้าใจแบบง่ายๆ ว่า

  • ความถูกต้อง (Validity) คืออะไร
  • ความน่าเชื่อถือ (Reliability) สำคัญแค่ไหน
  • และทำยังไงให้งานวิจัยของเรา “ดูโปร” ตั้งแต่เปิดเล่มครับ

การรับรองความถูกต้องของผลการวิจัย คืออะไร ทำไมกรรมการซีเรียส

พูดง่ายๆ เลยนะครับ ความถูกต้องของผลการวิจัย คือ

งานเราวัด “สิ่งที่ตั้งใจจะวัด” จริงไหม

ถ้าน้องๆ จะวัด “ความพึงพอใจ”
แต่คำถามดันไปวัด “ความถี่ในการใช้” แบบนี้เรียกว่างานเริ่มมีปัญหาแล้วครับ

ประเภทของความถูกต้องที่พี่อยากให้น้องรู้

พี่สรุปให้แบบไม่ต้องเปิดตำรา 300 หน้าเลยครับ

  • ความถูกต้องเชิงโครงสร้าง (Construct Validity)
    วัดตรงแนวคิดที่ตั้งไว้จริงไหม เช่น ทัศนคติ = ความคิด + ความรู้สึก + พฤติกรรม ครับ
  • ความถูกต้องพร้อมกัน (Concurrent Validity)
    ผลที่ได้สอดคล้องกับเครื่องมือหรือการวัดอื่นๆ ไหมครับ
  • ความตรงเชิงทำนาย (Predictive Validity)
    ผลที่วัดวันนี้ เอาไปทำนายอนาคตได้จริงหรือเปล่าครับ

ถ้าขาดจุดใดจุดหนึ่ง งานจะดู “ไม่น่าเชื่อ” ทันทีครับ

ความน่าเชื่อถือของผลการวิจัย สำคัญไม่แพ้กัน

ถ้าความถูกต้องคือ “วัดตรงไหม”
ความน่าเชื่อถือ คือ “วัดซ้ำแล้วได้ผลเหมือนเดิมไหม” ครับ

พูดแรงนิดหนึ่งนะ
ถ้าวัดวันนี้ได้ A พรุ่งนี้ได้ B แบบไม่มีเหตุผล → งานเสี่ยงโดนท้วงหนักมากครับ

ประเภทของความน่าเชื่อถือที่ใช้บ่อย

  • ความเชื่อถือได้ในการทดสอบซ้ำ (Test–retest Reliability)
    วัดซ้ำกี่รอบ ผลใกล้เคียงกันไหมครับ
  • ความเชื่อถือได้ระหว่างผู้ประเมิน (Inter-rater Reliability)
    คนให้คะแนนต่างกัน แต่ผลควรไปทางเดียวกันครับ

สองอย่างนี้คือของพื้นฐานที่กรรมการชอบถามมากครับ

ทำไมการรับรองความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของผลการวิจัยถึงห้ามมองข้าม

พี่ขอสรุปเป็นภาษาคนทำวิจัยจริงๆ นะครับ

  1. ทำให้งานดูมีคุณภาพ ไม่ใช่งานเดา
  2. ใช้อ้างอิงเชิงนโยบายหรือแนวปฏิบัติได้จริง
  3. งานสามารถทำซ้ำได้ ไม่ใช่งานเฉพาะกิจ
  4. สร้างความน่าเชื่อถือให้ตัวนักวิจัยเองครับ

และตรงนี้แหละครับ ที่หลายคนพลาด ทั้งที่แก้ได้ตั้งแต่ต้น

ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังรู้สึกมึนๆ หรืออยากหาคนช่วย [รับทำวิจัย] แบบมืออาชีพ ที่การันตีผลงาน ทักหาพี่ได้เลยนะครับ

💡 มุมมองจากพี่ (ประสบการณ์ 15 ปี)

พี่เคยเจองานวิจัยเล่มหนึ่งครับ เนื้อหาดีมาก วิเคราะห์อลังการ
แต่พอถามว่า

“เครื่องมือผ่านการตรวจสอบความถูกต้องยัง?”

นักศึกษาตอบไม่ได้ งานโดนพักทันทีครับ

บทเรียนคือ

งานวิจัยไม่ใช่แค่เขียนเก่ง แต่ต้อง พิสูจน์ได้

พี่แนะนำเสมอว่า

  • ตรวจ IOC ให้ชัด
  • ทดสอบ Reliability ก่อนลงสนามจริง
  • เขียนอธิบายเหตุผลให้กรรมการเห็นภาพ

แค่นี้ งานก็ดูโปรขึ้น 200% แล้วครับ

สรุปสั้นๆ ให้จำง่าย

  • ความถูกต้อง = วัดตรงสิ่งที่ตั้งใจ
  • ความน่าเชื่อถือ = วัดซ้ำแล้วผลสม่ำเสมอ
  • สองอย่างนี้คือหัวใจของงานวิจัย
  • ถ้าทำดี งานผ่านง่าย กรรมการเชื่อถือครับ

น้องๆ ทำได้แน่นอน พี่เป็นกำลังใจให้ทุกเล่มครับ 💪

“ผลวิจัยยังไม่น่าเชื่อถือ? ให้พี่ช่วยตรวจ Validity & Reliability แบบมืออาชีพ ทัก Line ได้ฟรีครับ”

FAQ: คำถามที่พี่โดนถามบ่อย

Q1: ความถูกต้องกับความน่าเชื่อถือ ต่างกันยังไงครับ?

A: ความถูกต้องคือวัดตรงเป้า ส่วนความน่าเชื่อถือคือวัดซ้ำแล้วผลเหมือนเดิมครับ

Q2: ถ้างานมี Reliability แต่ Validity ต่ำ ถือว่าโอเคไหม?

A: ไม่โอเคครับ วัดแม่นแต่ไม่ตรงเป้า ก็ยังพังครับ

Q3: จำเป็นต้องตรวจสอบทุกประเภทไหม?

A: เลือกให้เหมาะกับงานครับ แต่ต้องมีเหตุผลรองรับชัดเจน

Q4: งานเชิงคุณภาพต้องสนใจเรื่องนี้ไหม?

A: ต้องสนใจครับ แต่อยู่ในรูปแบบความน่าเชื่อถือเชิงกระบวนการครับ

RESEARCH

⚡ อ่านจบแล้ว... ยังรู้สึกว่า "งานวิจัย" เป็นเรื่องยาก? ⚡

อย่าปล่อยให้ความเครียดเรื่องธีซิสกัดกินเวลาของคุณ ให้ทีมงานมืออาชีพจาก อิมเพรส เลกาซี่ เป็นที่ปรึกษา เราพร้อมดูแลคุณทุกขั้นตอน

Line ID: @impressedu | Tel: 092-476-6638
Scroll to Top