💡 กำลังหาข้อมูลทำวิจัยอยู่ใช่ไหม? อ่านบทความนี้จบ ทำตามได้เลย!
แต่ถ้า "ไม่มีเวลา" ให้เราช่วยดูแลให้ไหม?
📋 ประเมินราคาวิจัย (ฟรี)

น้องๆ เคยไหมครับ อ่านบทความเป็นร้อย แต่พอเขียน “สังเคราะห์งานวิจัย” ทีไร งานออกมาคล้ายรายงานสรุปเล่มหนา มากกว่าวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก

พี่เจอปัญหานี้กับน้องๆ บ่อยมากครับ บทที่ 2 แน่น แต่กรรมการอ่านแล้วถามคำเดิม

“แล้วเราสังเคราะห์อะไรใหม่?”

บทความนี้ พี่จะพาน้องๆ มาปลดล็อก เทคนิคสังเคราะห์งานวิจัยให้วิทยานิพนธ์ดูแพง ดูโปร และผ่านจริง ไม่ใช่แค่เขียนให้ครบ แต่เขียนให้กรรมการพยักหน้าครับ 😄

สังเคราะห์งานวิจัยให้ปัง แบบพี่สอนน้อง

1️⃣ ระบุประเด็นหลักก่อน อย่าเพิ่งรีบอ้าง

พี่แนะนำว่า ก่อนจะอ้างใคร ลองถามตัวเองก่อนว่า

“งานวิจัยกลุ่มนี้กำลังพูดเรื่องเดียวกันหรือขัดแย้งกัน?”

ให้เราดึง ประเด็นร่วม (Themes / Patterns) ออกมา เช่น

  • แนวคิดที่เหมือนกัน
  • วิธีวิจัยที่คล้ายกัน
  • ผลลัพธ์ที่เห็นต่าง

แล้วค่อยจัดกลุ่มงานวิจัยตามประเด็นเหล่านี้ งานจะดูเป็น “การสังเคราะห์” ไม่ใช่ “เล่าเรียงตามปี” ครับ

2️⃣ ใช้หัวเรื่องย่อย + ป้ายบอกทาง ช่วยชีวิตผู้อ่าน

อย่าปล่อยให้กรรมการหลงทางครับ 😅
การใช้หัวข้อย่อย เช่น

  • งานวิจัยที่สนับสนุนแนวคิด
  • งานวิจัยที่โต้แย้ง
  • ช่องว่างขององค์ความรู้

เหมือนเราติดป้ายบอกทางว่า

“ตอนนี้กำลังจะพาไปดูอะไรนะครับ”

กรรมการอ่านแล้วสบายใจ งานดูมีโครงสร้างทันทีครับ

3️⃣ ใบเสนอราคา ใช้ให้น้อย แต่ใช้ให้โดน

พี่ขอพูดตรงๆ แบบพี่ชายนะครับ

ใส่ Quote เยอะ ≠ งานดูวิชาการ

ใช้เฉพาะตอนที่

  • เป็นนิยามสำคัญ
  • เป็นประโยคคลาสสิกที่เปลี่ยนคำไม่ได้

ที่เหลือ เขียนเอง สังเคราะห์เอง จะดูเป็นนักวิจัยตัวจริงมากกว่าครับ

4️⃣ ถอดความ (Paraphrase) คืออาวุธลับของ ป.เอก

ถ้าอยากให้กรรมการเห็นว่า “น้องเข้าใจจริง”
ต้องกล้าถอดความด้วยภาษาของตัวเอง

พี่แนะนำว่า

  • อ่าน → ปิดต้นฉบับ → เขียนใหม่จากความเข้าใจ
  • แล้วค่อยเช็กความหมายอีกที

วิธีนี้ช่วยทั้งเรื่อง คุณภาพการสังเคราะห์ และ ลดความเสี่ยง Plagiarism ครับ

5️⃣ ช่วงเปลี่ยนภาพ (Transition) ทำให้งานไหลลื่น

อย่าให้งานวิจัยแต่ละชิ้นเหมือนอยู่คนละจักรวาล

ลองใช้ประโยคเชื่อม เช่น

  • “ในขณะที่งานก่อนหน้าเน้น…”
  • “อย่างไรก็ตาม งานวิจัยอีกกลุ่มหนึ่งเสนอว่า…”

แค่นี้ งานจะดูเป็น “เรื่องเดียวกันทั้งบท” ทันทีครับ

⚡ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังรู้สึกมึนๆ หรืออยากหาคนช่วย [รับทำวิจัย] แบบมืออาชีพ ที่การันตีผลงาน ทักหาพี่ได้เลยนะครับ

💡 มุมมองจากพี่ (ประสบการณ์ 15 ปี)

พี่เคยเจอน้อง ป.เอก คนหนึ่ง บทที่ 2 หนาเกือบ 200 หน้า แต่ไม่ผ่านครับ

เหตุผลเดียวเลย

“ไม่มีการสังเคราะห์ มีแต่สรุป”

พอพี่ช่วยปรับใหม่ โดย

  • ตัดงานที่ไม่เกี่ยว
  • จัด Theme ใหม่
  • เขียนเชื่อมงานวิจัยเข้ากับโจทย์วิจัยโดยตรง

รอบถัดไป กรรมการพูดคำเดียว

“ตอนนี้เห็นชัดแล้วว่างานนี้จะสร้างองค์ความรู้อะไร”

จำไว้นะน้องๆ สังเคราะห์ไม่ใช่เขียนเยอะ แต่เขียนให้เห็นความคิดของเรา ครับ

สรุป

  • สังเคราะห์งานวิจัยต้องเริ่มจาก “ประเด็น” ไม่ใช่ “รายชื่อผู้เขียน”
  • ใช้หัวข้อย่อยและการเชื่อมความคิดช่วยให้งานไหลลื่น
  • ถอดความให้มาก ใช้ Quote ให้น้อย
  • เขียนให้เห็นว่า “เราเข้าใจ และคิดต่อยอดได้”
    ทำได้แบบนี้ วิทยานิพนธ์จะดูแพงขึ้นทันทีครับ

 “บทที่ 2 ไม่ผ่าน เพราะสังเคราะห์ไม่เป็น? ให้พี่ช่วยวางโครงสร้างงานวิจัยให้ผ่านจริง”

FAQ: คำถามที่น้องๆ ถามพี่บ่อย

Q1: สังเคราะห์งานวิจัยต่างจากสรุปอย่างไร?

A: สรุปคือเล่า แต่วิเคราะห์และสังเคราะห์คือเชื่อม เปรียบเทียบ และชี้ช่องว่างครับ

Q2: บทที่ 2 ควรมีงานวิจัยกี่ชิ้นถึงจะพอ?

A: ไม่มีกำหนดตายตัวครับ เน้น “เกี่ยวข้องและใช้ประโยชน์ได้” มากกว่าปริมาณ

Q3: ใช้ AI ช่วยสังเคราะห์งานวิจัยได้ไหม?

A: ใช้เป็นผู้ช่วยได้ แต่ “ความคิดเชิงวิพากษ์” ต้องเป็นของน้องเองครับ

Q4: กรรมการดูอะไรจากการสังเคราะห์งานวิจัย?

A: ดูว่าน้องเข้าใจสนามวิจัย และรู้ว่าจะต่อยอดตรงไหนครับ

RESEARCH

⚡ อ่านจบแล้ว... ยังรู้สึกว่า "งานวิจัย" เป็นเรื่องยาก? ⚡

อย่าปล่อยให้ความเครียดเรื่องธีซิสกัดกินเวลาของคุณ ให้ทีมงานมืออาชีพจาก อิมเพรส เลกาซี่ เป็นที่ปรึกษา เราพร้อมดูแลคุณทุกขั้นตอน

Line ID: @impressedu | Tel: 092-476-6638
Scroll to Top