แต่ถ้า "ไม่มีเวลา" ให้เราช่วยดูแลให้ไหม?
เรื่องนี้พี่เจอแทบทุกเทอมครับ
เวลาน้องๆ ทำวิจัยเชิงปริมาณ
พอถึงตอนวิเคราะห์ข้อมูล ก็มักจะถามพี่ว่า
“อาจารย์ครับ/ค่ะ งานนี้ใช้ T-test แบบไหนดี?”
แล้วพอพี่ถามกลับว่า
-
กลุ่มอิสระหรือกลุ่มเดิม
-
วัดก่อน–หลังหรือเปล่า
-
เทียบกับค่ามาตรฐานไหม
น้องหลายคนก็เริ่ม…เงียบครับ 😅
บทความนี้พี่จะพาน้องๆ เข้าใจแบบชัดๆ ว่า
👉 สถิติ T-test คืออะไร
👉 มีกี่แบบ และแต่ละแบบใช้ต่างกันยังไง
👉 ตัวอย่างงานวิจัยจริงที่เจอบ่อยมาก
อ่านจบแล้ว เลือกใช้ได้ถูก ไม่โดนอาจารย์ทัก Chapter 4 แน่นอนครับ
สถิติ T-test คืออะไร (สรุปให้เข้าใจง่าย)
T-test คือสถิติที่ใช้
เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยระหว่าง “สองกลุ่ม” หรือ “สองสภาวะ”
โดยอาจเป็น
-
กลุ่มตัวอย่างที่เป็นอิสระจากกัน
-
หรือกลุ่มตัวอย่างกลุ่มเดิมที่วัดซ้ำ
หัวใจของ T-test คือ
ดูว่า “ค่าเฉลี่ยแตกต่างกันจริง” หรือ
“แตกต่างเพราะความบังเอิญ” ครับ
สถิติ T-test ที่ใช้ในงานวิจัย มี 3 แบบหลัก
พี่ขอสรุปเป็น 3 แบบที่น้องๆ ต้องรู้ให้แม่นครับ
1. One Sample T-test
ใช้เมื่อไร?
ใช้เมื่อ
-
มี กลุ่มตัวอย่างเพียงกลุ่มเดียว
-
ต้องการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยกับ ค่ามาตรฐานหรือค่าทฤษฎี
มักใช้กับ
-
กลุ่มตัวอย่างขนาดเล็ก (โดยเฉพาะ < 30 คน)
-
งานวิจัยสายวิทยาศาสตร์ หรือการวัดค่าทางกายภาพ
ตัวอย่างให้เห็นภาพ
ต้องการตรวจสอบว่า
น้ำหนักทองคำ 1 บาท มีน้ำหนักตามทฤษฎีคือ 15.2 กรัม หรือไม่
ผู้วิจัยทำการชั่งน้ำหนัก 10 ครั้ง
แล้วนำค่าเฉลี่ยที่ได้ไปเปรียบเทียบกับค่า 15.2 กรัม
👉 One Sample T-test จะช่วยตัดสินว่า
“น้ำหนักที่วัดได้ แตกต่างจาก 15.2 อย่างมีนัยสำคัญหรือไม่” ครับ
📌 ถ้า Sig. < 0.05 = แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ
2. Independent Sample T-test
ใช้เมื่อไร?
ใช้เมื่อ
-
ต้องการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยระหว่าง 2 กลุ่มที่เป็นอิสระจากกัน
-
กลุ่มหนึ่งไม่เกี่ยวข้องกับอีกกลุ่มหนึ่ง
นิยมใช้มากใน
-
งานวิจัยเชิงปริมาณ
-
งานวิจัยด้านพฤติกรรมผู้บริโภค การตลาด สังคมศาสตร์
ตัวอย่างที่พี่เจอบ่อยมาก
ศึกษาว่า
เพศที่แตกต่างกัน ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้ออาหารสุขภาพหรือไม่
กำหนดตัวแปร
-
เพศชาย = 1
-
เพศหญิง = 2
เมื่อวิเคราะห์แล้ว
-
ถ้า Sig. < 0.05
แปลว่า เพศมีผลต่อการตัดสินใจซื้ออาหารสุขภาพอย่างมีนัยสำคัญ
และยังสามารถดูได้อีกว่า
👉 เพศไหนมีค่าเฉลี่ยสูงกว่ากันครับ
⚡ ตรงนี้ขอพี่พูดตรงๆ นิดนึงครับ
ถ้าน้องๆ อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว
ยังไม่แน่ใจว่างานของตัวเองควรใช้ T-test แบบไหน
หรือกลัวเลือกผิดแล้วต้องแก้ใหม่
พี่ขอบอกเลยว่า [รับทำวิจัย] แบบมืออาชีพ
พี่ช่วยดูตั้งแต่เลือกสถิติ วิเคราะห์ SPSS
ไปจนถึงเขียนอธิบายผลให้สอบผ่านครับ
3. Paired Sample T-test
ใช้เมื่อไร?
ใช้เมื่อ
-
กลุ่มตัวอย่างเป็น กลุ่มเดียวกัน
-
แต่ถูกวัด สองครั้ง หรือสองสภาวะ
มักใช้กับ
-
งานวิจัยเชิงทดลอง
-
งานวิจัยของครูและการศึกษา
ตัวอย่างคลาสสิกมาก
ครูต้องการศึกษาว่า
แผนการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้น
ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหรือไม่
จึงวัด
-
คะแนนก่อนเรียน
-
คะแนนหลังเรียน
ถ้าผลวิเคราะห์พบว่า
-
คะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
-
และ Sig. < 0.05
แปลว่า
👉 แผนการเรียนการสอนส่งผลให้ผลการเรียนดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติครับ
💡 มุมมองจากพี่ (ประสบการณ์ 15 ปี)
พี่เคยเจอน้องครูคนนึงครับ
เก็บคะแนนก่อน–หลังเรียนจากนักเรียนกลุ่มเดิม
แต่ดันใช้ Independent T-test
ผลคือ…
❌ อาจารย์ทักทันที
❌ ต้องวิเคราะห์ใหม่ทั้งหมด
พี่เลยย้ำเสมอว่า
ถ้าเป็น “คนเดิม วัดซ้ำ” → Paired
ถ้าเป็น “คนละกลุ่ม” → Independent
จำแค่นี้ โอกาสพลาดลดลงเยอะมากครับ
Summary: สรุปให้จำง่ายๆ ครับ
-
One Sample T-test → เทียบกับค่ามาตรฐาน
-
Independent T-test → เทียบ 2 กลุ่มอิสระ
-
Paired Sample T-test → วัดก่อน–หลัง กลุ่มเดิม
-
เลือกผิด = วิเคราะห์ผิด = งานวิจัยมีปัญหา
เลือกให้ตรงตั้งแต่ต้น งานจะไหลลื่นครับ 💪
ถ้าน้องๆ อยากให้พี่
-
ดูว่าควรใช้ T-test แบบไหน
-
ช่วยวิเคราะห์ SPSS
-
หรือเขียนอธิบายผล Chapter 4
ส่งมาได้เลยครับ พี่ช่วยจนเข้าใจและสอบผ่านจริงครับ 😊
“T-test ใช้ผิด งานวิจัยพัง ให้พี่ช่วยวิเคราะห์ SPSS และเลือกสถิติให้ตรงครับ”
FAQ: คำถามที่น้องๆ ถามพี่บ่อยมาก
ได้ครับ โดยเฉพาะ Independent T-test
ไม่เหมาะครับ ควรใช้ ANOVA
โดยทั่วไป < 0.05 ครับ
Paired Sample T-test ครับ
ให้ดู “จำนวนกลุ่ม” และ “ความสัมพันธ์ของกลุ่ม” เป็นหลักครับ