💡 กำลังหาข้อมูลทำวิจัยอยู่ใช่ไหม? อ่านบทความนี้จบ ทำตามได้เลย!
แต่ถ้า "ไม่มีเวลา" ให้เราช่วยดูแลให้ไหม?
📋 ประเมินราคาวิจัย (ฟรี)

น้องๆ เคยไหมครับ…
อาจารย์บอกว่า “ลองทำ R2R ดูสิ” แล้วเรานี่แบบ… R2R คืออะไรครับอาจารย์ 😅

พี่บอกเลย งานวิจัย R2R เป็นของดีมากในสายงานจริง โดยเฉพาะสายโรงพยาบาลและงานบริการ แต่หลายคนเข้าใจผิด คิดว่าเป็นงานวิจัยยากระดับ NASA

วันนี้พี่จะพาน้องๆ มารู้จักแบบเข้าใจง่าย พร้อมตัวอย่างจริง อ่านจบคือเอาไปใช้ทำหัวข้อได้เลยครับ

วิจัย R2R คืออะไร?

R2R ย่อมาจาก Routine to Research ครับ

พูดง่ายๆ คือ…
👉 เอางานประจำที่เราทำทุกวัน มาตั้งคำถาม แล้วพัฒนาเป็นงานวิจัย

เช่น

  • ทำไมคนไข้รอนาน?
  • ทำไมเอกสารผิดบ่อย?
  • ทำไมระบบบริการยังไม่ลื่น?

พี่ชอบเรียก R2R ว่า
“งานวิจัยที่เกิดจากชีวิตจริง ไม่ใช่เกิดจากการนั่งเทียนคิดในห้องสมุดครับ” 😄

แล้ว R2R ส่วนใหญ่ทำในสาขาไหน?

พี่บอกเลยว่า R2R ฮิตมากในสายงานที่มี “งานประจำชัดเจน” ครับ

1) สาธารณสุขและโรงพยาบาล

สายนี้คืออันดับหนึ่งเลยครับ
เพราะมีข้อมูลคนไข้ กระบวนการรักษา และปัญหาหน้างานเยอะมาก

ตัวอย่างหัวข้อ R2R เช่น

  • ลดเวลารอคอยผู้ป่วยนอกด้วยระบบคิวใหม่
  • ปรับปรุงความถูกต้องของการให้ยาในหอผู้ป่วย
  • พัฒนาการบันทึกข้อมูลสุขภาพอิเล็กทรอนิกส์ให้ครบถ้วน

2) การเงินและบัญชี

งานเงินนี่ “ผิดไม่ได้” ครับ ผิดทีเดียวคือโดน audit ทั้งองค์กร 😅

ตัวอย่างหัวข้อ R2R เช่น

  • การกระทบยอดข้อมูลบัญชีจากหลายระบบให้ถูกต้อง
  • ลดข้อผิดพลาดในการรายงานทางการเงินประจำเดือน
  • พัฒนากระบวนการตรวจสอบข้อมูลการเคลมประกัน

3) โลจิสติกส์และซัพพลายเชน

ถ้าข้อมูลคลาดเคลื่อน สต็อกหายคือจบเลยครับ

ตัวอย่างหัวข้อ R2R เช่น

  • ลดความผิดพลาดในการจัดส่งสินค้า
  • พัฒนาระบบติดตามพัสดุให้แม่นยำ
  • วิเคราะห์ความคลาดเคลื่อนของข้อมูลคลังสินค้า

4) งานบริการและองค์กรภาครัฐ

งานเอกสารเยอะ ระบบซ้ำซ้อนเยอะ R2R ช่วยได้มากครับ

ตัวอย่างหัวข้อ เช่น

  • ลดขั้นตอนการให้บริการประชาชน
  • พัฒนาระบบจัดเก็บข้อมูลนักศึกษาในมหาวิทยาลัย
  • ปรับปรุงการทำงานของเจ้าหน้าที่ในงานทะเบียน

R2R ทำไปเพื่ออะไร?

สรุปเป้าหมายหลักของวิจัย R2R คือ

✅ แก้ปัญหาหน้างานจริง
✅ ทำให้งานประจำดีขึ้น
✅ ลดความผิดพลาดและความซ้ำซ้อน
✅ เพิ่มคุณภาพการบริการ

พูดง่ายๆ คือ
“ทำแล้วได้ใช้จริง ไม่ใช่ทำแล้ววางบนหิ้งครับ”

ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังรู้สึกมึนๆ หรืออยากหาคนช่วย [รับทำวิจัย] แบบมืออาชีพ ที่การันตีผลงาน ทักหาพี่ได้เลยนะครับ

💡 มุมมองจากพี่ (ประสบการณ์ 15 ปี)

พี่เล่าเคสจริงให้ฟังครับ
เมื่อก่อนพี่เคยดูงาน R2R ของพยาบาลกลุ่มหนึ่ง

หัวข้อคือ “ลดเวลารอคอยคนไข้”

ตอนแรกน้องๆ คิดว่าเป็นเรื่องเล็กมาก
แต่พอเก็บข้อมูลจริง ปรับระบบคิวใหม่

ผลคือ
📌 เวลารอลดลงเกือบ 40%
📌 คนไข้พอใจขึ้น
📌 โรงพยาบาลเอาไปใช้จริงทันที

นี่แหละครับ เสน่ห์ของ R2R
งานไม่ต้องใหญ่ แต่ต้อง “โดนจุด” และ “แก้ได้จริง” ครับ

บทสรุป

  • วิจัย R2R คือการเอางานประจำมาพัฒนาเป็นงานวิจัยครับ
  • นิยมมากในโรงพยาบาล การเงิน โลจิสติกส์ และงานบริการ
  • จุดเด่นคือทำแล้วใช้ได้จริง แก้ปัญหาองค์กรได้ทันที
  • เหมาะมากสำหรับน้องๆ ที่อยากทำวิจัยแบบไม่หลุดจากงานประจำครับ

พี่เป็นกำลังใจให้น้องๆ ทุกคน ทำ R2R ดีๆ ผ่านฉลุยแน่นอนครับ 💪

“R2R ทำไม่ยาก แต่ทำให้ผ่านต้องมีเทคนิค! ให้พี่ช่วยวางหัวข้อและโครงร่างได้ฟรี ทัก Line เลยครับ”

❓ FAQ (คำถามที่พบบ่อย)

Q1: R2R ต่างจากวิจัยทั่วไปยังไง?

R2R เน้นแก้ปัญหางานประจำจริงๆ ส่วนวิจัยทั่วไปอาจเน้นทฤษฎีหรือเชิงวิชาการมากกว่าครับ

Q2: R2R ทำยากไหม?

ไม่ยากครับ ถ้าน้องๆ เลือกปัญหาหน้างานที่เจอจริง และมีข้อมูลเก็บได้

Q3: R2R เหมาะกับใคร?

เหมาะกับคนทำงานโรงพยาบาล หน่วยงานรัฐ บริษัทบริการ ที่อยากพัฒนางานประจำครับ

Q4: ต้องใช้สถิติขั้นสูงไหม?

ส่วนใหญ่ใช้สถิติพื้นฐาน เช่น ร้อยละ ค่าเฉลี่ย t-test ก็พอแล้วครับ

Q5: ถ้าไม่มีหัวข้อ เริ่มยังไงดี?

เริ่มจากถามตัวเองว่า “งานที่ทำทุกวัน ติดปัญหาตรงไหน?” นั่นแหละครับจุดเริ่มต้น R2R

RESEARCH

⚡ อ่านจบแล้ว... ยังรู้สึกว่า "งานวิจัย" เป็นเรื่องยาก? ⚡

อย่าปล่อยให้ความเครียดเรื่องธีซิสกัดกินเวลาของคุณ ให้ทีมงานมืออาชีพจาก อิมเพรส เลกาซี่ เป็นที่ปรึกษา เราพร้อมดูแลคุณทุกขั้นตอน

Line ID: @impressedu | Tel: 092-476-6638
Scroll to Top