แต่ถ้า "ไม่มีเวลา" ให้เราช่วยดูแลให้ไหม?
น้องๆ เคยไหมครับ…
เขียนวิทยานิพนธ์ไปครึ่งเล่ม อาจารย์พูดแค่ว่า
“กลับไปปรับนะ”
แล้วเราก็กลับมานั่งงงว่า ปรับอะไร!? 😅
พี่บอกเลย ปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากน้องไม่เก่ง แต่เกิดจาก ไม่รู้ระบบ ไม่รู้มาตรฐาน และไม่มีคู่มือที่ถูกต้องตั้งแต่ต้น ครับ
บทความนี้คือ คู่มือเขียนวิทยานิพนธ์ KMUTNB ที่พี่สรุปจากประสบการณ์ดูแลน้องๆ พระจอมเกล้าพระนครเหนือมาเกิน 15 ปี อ่านจบแล้วน้องจะรู้ว่า
- ต้องเริ่มจากอะไร
- แต่ละบทควรเขียนยังไง
- และทำยังไงให้ “ผ่าน” ไม่ใช่แค่ “ส่ง” ครับ
คู่มือเขียนวิทยานิพนธ์ KMUTNB: ทำตามนี้ ลดแก้เล่มไปครึ่งหนึ่งครับ
1) เข้าใจก่อนว่า KMUTNB “ซีเรียสอะไร” มากที่สุด
พี่พูดตรงๆ เลยนะครับ มหาวิทยาลัยไม่ได้อยากจับผิดน้อง แต่เขาซีเรียส 3 เรื่องนี้มาก
- โครงสร้างเล่มต้องเป๊ะ (บท 1–5 ห้ามสลับ ห้ามข้ามตรรกะ)
- วิธีวิจัยต้องสอดคล้องกับปัญหา (ไม่ใช่เลือกเพราะทำง่าย)
- การอ้างอิงต้องถูกต้องตามรูปแบบที่กำหนด
น้องหลายคนพังตั้งแต่บท 1 เพราะ “ตั้งคำถามวิจัยไม่ตรงกับวิธีที่ใช้” ครับ
2) บทที่ 1 อย่าเขียนเหมือนเรียงความ มันคือหัวใจทั้งเล่มครับ
บทที่ 1 ไม่ใช่บทเล่าเรื่อง แต่คือ บทขายไอเดียให้อาจารย์เชื่อว่าเรื่องนี้ควรทำ ครับ
พี่แนะนำว่า บทที่ 1 ต้องตอบให้ได้ชัดๆ ว่า
- ปัญหานี้เกิดจากอะไร
- ทำไมต้องแก้
- ถ้าไม่ทำ จะเกิดอะไรขึ้น
ถ้าน้องเขียนบทที่ 1 ยังงงๆ บอกเลยครับ บทต่อไปจะพังเป็นโดมิโนแน่นอน
3) บทที่ 2 อย่าก๊อปอย่างเดียว ต้อง “เชื่อม” ให้เป็นครับ
หลายคนคิดว่าบทที่ 2 คือบทก๊อปงานวิจัยเก่า
พี่ขอเบรกเลยครับ ❌
บทที่ 2 ที่ดีต้อง
- แสดงว่าน้อง “รู้จริง” ในเรื่องนี้
- เชื่อมทฤษฎี → ปัญหา → งานวิจัยของเรา
ถ้าเขียนแล้วอาจารย์อ่านไม่เห็นความเกี่ยวข้อง บทนี้จะโดนแก้หนักที่สุดครับ
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังรู้สึกมึนๆ หรืออยากหาคนช่วย [รับทำวิจัย] แบบมืออาชีพ ที่การันตีผลงาน ทักหาพี่ได้เลยนะครับ
พี่ไม่ใช่พวกหายตัว ไม่ทิ้งงาน และดูแลจนกว่าจะผ่านจริงครับ
4) บทที่ 3–4–5 ต้อง “สอดคล้องกันเป็นชุด”
พี่เจอบ่อยมากครับ
- บทที่ 3 ใช้วิธี A
- บทที่ 4 วิเคราะห์แบบ B
- บทที่ 5 สรุปแบบ C
แบบนี้อาจารย์ไม่ให้ผ่านแน่นอนครับ
พี่แนะนำว่า
- วิธีวิจัย (บท 3) → ต้องตอบคำถามวิจัย
- ผลการวิจัย (บท 4) → ต้องมาจากวิธีที่เลือก
- สรุป/อภิปราย (บท 5) → ต้องอิงผล ไม่ใช่ความคิดเห็นลอยๆ
💡 มุมมองจากพี่ (ประสบการณ์ 15 ปี)
พี่เคยดูแลน้อง KMUTNB คนหนึ่งครับ
เก่งมาก ทำงานหนัก แต่ ไม่ยอมให้พี่ช่วยดูโครงสร้างตั้งแต่ต้น
ผลคือ…
- แก้บทที่ 1 อยู่ 4 เดือน
- เปลี่ยนวิธีวิจัยกลางทาง
- เสียเวลาไปเกือบ 1 เทอม
สุดท้ายพอพี่เข้าไปจัดโครงสร้างใหม่ ใช้เวลาแก้จริงๆ แค่ 3 สัปดาห์ก็ผ่านครับ
บทเรียนคือ
“วิทยานิพนธ์ไม่กลัวคนไม่เก่ง แต่มันโหดกับคนไม่มีระบบ”
พี่เห็นแบบนี้มา 15 ปีเต็มครับ
สรุป
- เริ่มจากเข้าใจระบบ ไม่ใช่เริ่มจากลงมือเขียน
- บท 1 ต้องชัด บท 2 ต้องเชื่อม บท 3–5 ต้องสอดคล้อง
- อย่าดื้อ ทำคนเดียวจนหลงทาง
วิทยานิพนธ์มันยากก็จริง แต่ มันผ่านได้ ถ้าน้องมีแผนที่ที่ถูกต้อง ครับ
พี่เป็นกำลังใจให้ทุกคนครับ
“วิทยานิพนธ์ KMUTNB มันไม่ยาก…ถ้ามีคนพาไปถูกทาง ปรึกษาพี่ฟรีได้ที่ Line เลยครับ”
FAQ: คำถามที่น้อง KMUTNB ถามพี่บ่อยมาก
A: ไม่ยากกว่า แต่ซีเรียสเรื่องโครงสร้างและเหตุผลครับ
A: ได้ครับ และพี่แนะนำมาก เพราะช่วยลดเวลาแก้เล่มมหาศาล
A: บทที่ 1 กับบทที่ 2 ครับ
A: ทันครับ ถ้ารีบจัดโครงสร้างใหม่ให้ถูกตั้งแต่ตอนนั้น
A: ไม่จำเป็น แต่ต้องเข้าใจว่ากำลังใช้มันเพื่ออะไรครับ