💡 กำลังหาข้อมูลทำวิจัยอยู่ใช่ไหม? อ่านบทความนี้จบ ทำตามได้เลย!
แต่ถ้า "ไม่มีเวลา" ให้เราช่วยดูแลให้ไหม?
📋 ประเมินราคาวิจัย (ฟรี)

น้องๆ เคยไหมครับ…ส่งวิจัยไปตรวจ Turnitin แล้วเปอร์เซนต์เด้งขึ้นแบบใจหล่นไปอยู่ตาตุ่ม 😅
เหมือนอาจารย์ยังไม่ว่า แต่ Turnitin ว่าไปก่อนแล้วครับ

พี่เข้าใจเลย เพราะนี่คือ “ปัญหาสุดฮิต” ของเด็กทำวิจัยทุกยุคทุกสมัยครับ

บทความนี้พี่จะพาน้องๆ มาดูวิธีแก้แบบเป็นขั้นเป็นตอน
ลดความคล้ายคลึงแบบถูกต้อง ไม่ใช่แค่ “เปลี่ยนคำมั่วๆ” นะครับ

1. อย่าเพิ่งตกใจ ดูก่อนว่า Turnitin ไฮไลต์ตรงไหนครับ

อันดับแรก น้องต้องเปิดรายงานดูเลยครับว่า
มันขึ้นสีแดงตรง “ส่วนไหน”

เพราะบางทีไม่ใช่ลอก แต่เป็น

  • บรรณานุกรม
  • คำจำกัดความ
  • หัวข้อซ้ำๆ

พี่แนะนำว่าอย่าเพิ่งรีบแก้ทั้งเล่มครับ

2. ถอดความใหม่ อย่าแค่สลับคำครับ

Turnitin ฉลาดกว่าที่เราคิดครับ 😂
การเปลี่ยนแค่คำว่า “ควรจะ” เป็น “จำเป็นต้อง” ไม่ช่วยเท่าไร

วิธีที่ถูกคือ

  • อ่านต้นฉบับให้เข้าใจ
  • ปิดแล้วเขียนใหม่ด้วยภาษาของเราเอง
  • ใส่การอ้างอิงให้ครบครับ

3. เช็กการอ้างอิงให้ถูกต้องทั้ง In-text และ Reference

หลายคนพลาดตรงนี้ครับ
อ้างในเนื้อหาแล้ว แต่ท้ายเล่มไม่มี
หรือมีท้ายเล่ม แต่ในเนื้อหาไม่ใส่

พี่บอกเลยว่า Turnitin ชอบจับตรงนี้มากครับ

4. ใช้ Quote เฉพาะเวลาจำเป็นจริงๆ

ถ้าน้องยกคำพูดตรงๆ
ต้องใส่ “…” และใส่อ้างอิงครับ

แต่พี่แนะนำว่าในงานวิจัยไทย
Quote เยอะไป = เปอร์เซนต์พุ่งครับ

ฃถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังรู้สึกมึนๆ หรืออยากหาคนช่วย [รับทำวิจัย] แบบมืออาชีพ ที่การันตีผลงาน ทักหาพี่ได้เลยนะครับ

5. ระวัง “งานเก่า” ของตัวเองก็โดนจับนะครับ

หลายคนคิดว่า “นี่งานฉันเอง”
แต่ Turnitin ไม่สนครับ 😂

ถ้าน้องเอาบทความเก่ามาใช้ซ้ำ
มันจะขึ้นว่า Self-plagiarism ทันทีครับ

6. ลดเปอร์เซนต์ด้วยการเขียนเชิงวิเคราะห์เพิ่มครับ

เทคนิคง่ายๆ คือ
อย่าเขียนแต่ “นักวิจัยคนนี้กล่าวว่า…”

ให้เพิ่มความเห็นของเรา เช่น

  • จากแนวคิดนี้ ผู้วิจัยมองว่า…
  • สามารถประยุกต์ใช้ในบริบทไทยได้…

Turnitin จะลด เพราะเป็น “เสียงของเรา” จริงๆ ครับ

7. ตรวจซ้ำก่อนส่งจริงทุกครั้งครับ

พี่แนะนำว่า
แก้แล้วต้องตรวจใหม่อีกรอบ

อย่าหวังว่าครั้งเดียวจะจบ
เพราะบางทีแก้ตรงนี้ เปอร์เซนต์ไปขึ้นตรงอื่นครับ

💡 มุมมองจากพี่ (ประสบการณ์ 15 ปี)

พี่เคยเจอน้องคนนึงครับ
Turnitin ขึ้น 45% ร้องไห้แทบขาดใจ 😅

แต่พอพี่ช่วยดูจริงๆ
80% มาจาก

  • ทฤษฎีที่ต้องใช้เหมือนกัน
  • บรรณานุกรม
  • การอ้างอิงไม่ครบ

พอแก้แค่ 3 จุดหลัก
เปอร์เซนต์เหลือ 12% ผ่านฉลุยครับ

เพราะฉะนั้นน้องๆ อย่ากลัวครับ
Turnitin ไม่ได้น่ากลัว…ถ้าเราเข้าใจมันครับ

บทสรุป

  • Turnitin ไม่ผ่าน อย่าเพิ่งตกใจครับ
  • แก้โดยการถอดความใหม่ + ใส่อ้างอิงให้ถูก
  • เพิ่มการวิเคราะห์ของเราเองจะช่วยลดเปอร์เซนต์ได้มาก
  • ตรวจซ้ำก่อนส่งจริงทุกครั้งครับ
    น้องๆ ทำได้แน่นอน พี่เอาใจช่วยครับ

📌 Turnitin สูงจนใจสั่นใช่ไหม? งานวิจัยมันยาก ให้พี่ช่วยดูฟรี ทัก Line ปรึกษาได้เลยครับ

FAQ (คำถามที่พบบ่อย)

Q1: Turnitin กี่เปอร์เซนต์ถึงถือว่าผ่านครับ?

ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัยครับ ส่วนมากจะไม่เกิน 20-30% ครับ

Q2: เปลี่ยนคำด้วยโปรแกรม Paraphrase ช่วยได้ไหมครับ?

พี่ไม่แนะนำครับ เพราะภาษาเพี้ยนและเสี่ยงโดนจับมากกว่าเดิมครับ

Q3: บรรณานุกรมทำให้เปอร์เซนต์สูงจริงไหมครับ?

จริงครับ ถ้าไม่ตั้งค่า exclude bibliography ครับ

Q4: ใช้งานตัวเองซ้ำทำไมถึงผิดครับ?

เพราะ Turnitin มองว่าเป็นการใช้ผลงานเดิมโดยไม่อ้างอิงครับ

Q5: ถ้าเปอร์เซนต์สูงมากควรเริ่มแก้ตรงไหนก่อนครับ?

เริ่มจากส่วนที่โดนไฮไลต์เยอะที่สุด และดูว่าอ้างอิงครบไหมครับ

RESEARCH

⚡ อ่านจบแล้ว... ยังรู้สึกว่า "งานวิจัย" เป็นเรื่องยาก? ⚡

อย่าปล่อยให้ความเครียดเรื่องธีซิสกัดกินเวลาของคุณ ให้ทีมงานมืออาชีพจาก อิมเพรส เลกาซี่ เป็นที่ปรึกษา เราพร้อมดูแลคุณทุกขั้นตอน

Line ID: @impressedu | Tel: 092-476-6638
Scroll to Top