💡 กำลังหาข้อมูลทำวิจัยอยู่ใช่ไหม? อ่านบทความนี้จบ ทำตามได้เลย!
แต่ถ้า "ไม่มีเวลา" ให้เราช่วยดูแลให้ไหม?
📋 ประเมินราคาวิจัย (ฟรี)

น้องๆ เคยเป็นแบบนี้ไหมครับ 😅

เปิดไฟล์ Word มาแล้ว
หัวข้อก็มี…
อาจารย์ก็อนุมัติแล้ว…
แต่พอจะลงมือทำจริง สมองว่างเหมือนเปิดร้านแต่ไม่มีลูกค้า 🤯

พี่บอกตรงๆ เลยนะครับ
วิทยานิพนธ์สาขาการตลาด ไม่ได้ยากเพราะเนื้อหา
แต่มันยากเพราะ “น้องเลือกวิธีทำผิดตั้งแต่ต้น” ครับ

บทความนี้พี่จะพาน้องๆ มาดู
👉 เทคนิคการทำวิทยานิพนธ์สาขาการตลาด ที่ใช้ได้จริง
👉 เลือกวิธีเก็บข้อมูลยังไงให้อาจารย์ไม่ถอนหายใจ
👉 และทำยังไงให้ “ทำจบได้จริง ไม่ยืด ไม่ดอง” ครับ


เทคนิคการทำวิทยานิพนธ์สาขาการตลาด ที่พี่อยากให้น้องรู้ตั้งแต่วันแรกครับ

1. การสำรวจ (Survey) – ทางสายกลางที่พลาดน้อยที่สุดครับ

ถ้าน้องยังลังเล ไม่รู้จะเริ่มยังไง
พี่แนะนำว่า เริ่มจากการสำรวจ ก่อนครับ

การใช้แบบสอบถามช่วยให้

  • เก็บข้อมูลได้ไว
  • วิเคราะห์เชิงสถิติได้
  • อาจารย์สาย Quant ชอบเป็นพิเศษครับ

ลองดูนะครับ
หัวข้อการตลาดส่วนใหญ่ เช่น

  • พฤติกรรมผู้บริโภค
  • ความพึงพอใจ
  • การตัดสินใจซื้อ

“Survey = ทางรอดอันดับหนึ่ง” สำหรับมือใหม่ครับ


2. การทดลอง (Experiment) – เทพจริง แต่เสี่ยงถ้าคุมไม่อยู่ครับ

การทดลองคือการ

  • ปรับตัวแปร
  • วัดผลลัพธ์
  • พิสูจน์เหตุและผลแบบตรงไปตรงมาครับ

พี่บอกตรงๆ
เทคนิคนี้อาจารย์ชอบมาก
แต่ถ้าน้องควบคุมกลุ่มตัวอย่างไม่ได้
หรือออกแบบการทดลองไม่รัดกุม
งานจะพังแบบเงียบๆ ครับ 😅

พี่แนะนำว่า
ถ้าจะใช้การทดลอง
👉 ต้องปรึกษาอาจารย์ตั้งแต่โครงร่าง
👉 และต้องมีเวลาจริงครับ


3. การสังเกต (Observation) – ลึก แต่ต้องนิ่งครับ

การสังเกตเหมาะกับหัวข้อแนว

  • พฤติกรรมการซื้อ
  • การใช้บริการ
  • Customer Journey จริงๆ

ข้อดีคือได้ข้อมูล “สด”
แต่ข้อเสียคือ
ถ้าน้องไม่รู้ว่าจะดูอะไร งานจะลอยทันทีครับ

พี่แนะนำว่า

  • กำหนดกรอบการสังเกตให้ชัด
  • เขียนเกณฑ์ไว้ก่อนลงพื้นที่

4. การสนทนากลุ่ม (Focus Group) – ได้ Insight แต่ต้องคุมเกมให้เป็นครับ

เทคนิคนี้เหมาะมากกับ

  • การพัฒนาผลิตภัณฑ์
  • การสื่อสารการตลาด
  • การทดสอบแนวคิดโฆษณาครับ

แต่พี่เตือนเลยนะครับ
ถ้าคุมวงสนทนาไม่อยู่
เสียงดัง 1 คน อาจลากทั้งงานพังได้ 😅


ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังรู้สึกมึนๆ หรืออยากหาคนช่วย รับทำวิจัย แบบมืออาชีพ ที่การันตีผลงาน ทักหาพี่ได้เลยนะครับ


5. กรณีศึกษา (Case Study) – สวย หรู แต่ต้องเขียนเป็นครับ

กรณีศึกษาเหมาะกับ

  • แบรนด์
  • ธุรกิจจริง
  • กลยุทธ์การตลาดเฉพาะตัวครับ

ข้อดีคือ
งานดู “มีคลาส” และมี Story
แต่ข้อเสียคือ
ต้องเขียนวิเคราะห์ให้ลึก ไม่ใช่แค่เล่าเรื่อง ครับ


💡 มุมมองจากพี่ (ประสบการณ์ 15 ปี)

พี่เจอมาแล้วนับไม่ถ้วนครับ
นักศึกษาการตลาดที่

  • หัวข้อดี
  • ข้อมูลครบ
  • แต่ “เลือกเทคนิคผิด”

เคสหนึ่งที่พี่จำได้แม่น
น้องอยากทำ Experiment
แต่กลุ่มตัวอย่างไม่พอ
สุดท้ายต้อง กลับมาเปลี่ยนวิธีตอนบทที่ 3
เสียเวลาไปเกือบเทอมครับ

พี่เลยย้ำเสมอว่า
👉 เทคนิคที่ “เหมาะ” สำคัญกว่าเทคนิคที่ “เท่” ครับ


สรุปให้จำง่ายๆ ครับ

  • วิทยานิพนธ์การตลาดไม่ยาก ถ้าเลือกเทคนิคถูก
  • Survey คือทางรอดของมือใหม่
  • Experiment และ Case Study ต้องมีแผนชัด
  • เลือกวิธีให้เหมาะกับเวลาและทรัพยากรของเราครับ

พี่เป็นกำลังใจให้น้องทุกคนครับ
งานนี้ “ทำได้แน่นอน” ถ้าไม่ทำคนเดียวครับ 💙

“วิทยานิพนธ์การตลาดมันยาก เพราะน้องทำคนเดียว พี่ช่วยได้นะครับ ปรึกษาฟรีที่ Line…”

FAQ: คำถามที่น้องๆ ถามพี่บ่อยมากครับ

Q1: วิทยานิพนธ์การตลาดควรใช้เชิงปริมาณหรือเชิงคุณภาพดีครับ?

A: ขึ้นกับหัวข้อครับ แต่ถ้าอยากจบไว พี่แนะนำเชิงปริมาณก่อนครับ

Q2: ใช้ Survey อย่างเดียวพอไหมครับ?

A: พอครับ ถ้าออกแบบดี และวิเคราะห์ถูกต้องครับ

Q3: การทดลองยากไหมครับ?

A: ยากครับ แต่ถ้าทำได้ งานจะสวยมากครับ

Q4: ไม่มีฐานข้อมูล ทำ Case Study ได้ไหมครับ?

A: ได้ครับ แต่ต้องขอความร่วมมือจากองค์กรให้ชัดครับ

RESEARCH

⚡ อ่านจบแล้ว... ยังรู้สึกว่า "งานวิจัย" เป็นเรื่องยาก? ⚡

อย่าปล่อยให้ความเครียดเรื่องธีซิสกัดกินเวลาของคุณ ให้ทีมงานมืออาชีพจาก อิมเพรส เลกาซี่ เป็นที่ปรึกษา เราพร้อมดูแลคุณทุกขั้นตอน

Line ID: @impressedu | Tel: 092-476-6638
Scroll to Top