💡 กำลังหาข้อมูลทำวิจัยอยู่ใช่ไหม? อ่านบทความนี้จบ ทำตามได้เลย!
แต่ถ้า "ไม่มีเวลา" ให้เราช่วยดูแลให้ไหม?
📋 ประเมินราคาวิจัย (ฟรี)

สวัสดีน้องๆ ครับ 😄
เคยไหมครับ…อ่านทฤษฎีแล้วรู้สึกเหมือนอ่านคู่มือเครื่องซักผ้าภาษาต่างดาว

โดยเฉพาะ ทฤษฎีพฤติกรรมตามแผน (TPB) ที่อาจารย์ชอบถามมาก
แต่พอจะเขียนลงบทที่ 2 ทีไร…งงเหมือนโดนสอบปากเปล่าแบบไม่ทันตั้งตัวครับ

วันนี้พี่จะพาน้องๆ มาทำความเข้าใจ TPB แบบง่ายสุดๆ
อ่านจบแล้วเอาไปเขียนงานวิจัยได้เลยครับ

ทฤษฎีพฤติกรรมตามแผน (TPB) คืออะไรครับ?

TPB หรือ Theory of Planned Behavior เป็นทฤษฎีที่อธิบายว่า
พฤติกรรมของคนเราไม่ได้เกิดขึ้นแบบสุ่มๆ ครับ

แต่เกิดจาก “ความตั้งใจ” ที่จะทำสิ่งนั้นก่อน

และความตั้งใจนี้ ถูกกำหนดโดย 3 ปัจจัยหลักครับ

1. ทัศนคติ (Attitude) = เราคิดว่าสิ่งนั้นดีไหมครับ?

พูดง่ายๆ คือ
เรามองพฤติกรรมนั้นในแง่บวกหรือแง่ลบ

เช่น ถ้าน้องๆ คิดว่า “การออกกำลังกายดีมาก”
โอกาสที่เราจะตั้งใจออกกำลังกายก็สูงขึ้นครับ

ทัศนคติคือจุดเริ่มต้นของพฤติกรรมเลยครับ

2. บรรทัดฐานเชิงอัตนัย (Subjective Norm) = คนรอบตัวคิดยังไงครับ?

อันนี้คือแรงกดดันทางสังคมแบบเบาๆ

ถ้าเรารู้สึกว่า
“เพื่อนก็ทำ”
“ครอบครัวสนับสนุน”
“อาจารย์บอกว่าควรทำ”

เราก็มีแนวโน้มจะทำตามมากขึ้นครับ

เพราะมนุษย์เรา…แคร์สายตาคนอื่นนิดนึงเสมอครับ 😅

3. การรับรู้การควบคุมพฤติกรรม (Perceived Behavioral Control) = เราทำได้จริงไหมครับ?

ข้อนี้สำคัญมากครับ

คือความเชื่อว่า
เรามีความสามารถและทรัพยากรพอจะทำสิ่งนั้นไหม

เช่น

  • มีเวลาไหม
  • มีเงินไหม
  • มีความรู้ไหม

ถ้าเรารู้สึกว่า “ทำได้แน่นอน”
ความตั้งใจก็จะเพิ่มขึ้นครับ

ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังรู้สึกมึนๆ หรืออยากหาคนช่วย [รับทำวิจัย] แบบมืออาชีพ ที่การันตีผลงาน ทักหาพี่ได้เลยนะครับ

TPB ใช้ประโยชน์ในงานวิจัยด้านไหนได้บ้างครับ?

ทฤษฎี TPB ถูกใช้เยอะมากในหลายวงการ เช่น

✅ ด้านสุขภาพ

  • การออกกำลังกาย
  • การควบคุมอาหาร
  • การเลิกบุหรี่

✅ ด้านสิ่งแวดล้อม

  • การรีไซเคิล
  • การประหยัดพลังงาน

✅ ด้านเทคโนโลยี

  • การยอมรับระบบสารสนเทศ
  • การใช้แอปพลิเคชันใหม่ๆ

TPB จึงเป็นเครื่องมือที่ดีมากในการ “ทำนายพฤติกรรมมนุษย์” ครับ

💡 มุมมองจากพี่ (ประสบการณ์ 15 ปี)

พี่เจอบ่อยเลยครับ…น้องๆ เขียน TPB ในบทที่ 2 แบบแปะทฤษฎีเฉยๆ

แต่ไม่เชื่อมกับตัวแปรวิจัยของตัวเอง

เคสจริงคือ
นักศึกษาคนนึงทำวิจัยเรื่อง “การใช้ Mobile Banking”

พี่แนะนำให้จับ TPB แบบนี้ครับ

  • ทัศนคติ → มองว่าแอปใช้ง่ายไหม
  • บรรทัดฐาน → เพื่อนๆ ใช้กันหรือเปล่า
  • การควบคุมพฤติกรรม → มีความมั่นใจใช้มือถือไหม

พอเชื่อมถูก งานผ่านฉลุยเลยครับ

จำไว้นะครับ TPB ไม่ใช่แค่ทฤษฎี แต่เป็น “โครงสร้างคิด” ที่ช่วยให้งานวิจัยแน่นขึ้นครับ

บทสรุป

TPB เป็นทฤษฎีที่ช่วยอธิบายพฤติกรรมมนุษย์ผ่าน “ความตั้งใจ” ครับ
โดยความตั้งใจเกิดจาก 3 ปัจจัยหลัก

  1. ทัศนคติ
  2. บรรทัดฐานเชิงอัตนัย
  3. การรับรู้การควบคุมพฤติกรรม

เข้าใจ 3 ตัวนี้ น้องๆ จะเขียนบทที่ 2 ได้ลื่นขึ้นแน่นอนครับ 💪

📌 “TPB งงใช่ไหมครับ? งานวิจัยมันยาก ให้พี่ช่วยไหม ปรึกษาฟรี ทัก Line ได้เลยครับ”

FAQ (คำถามที่พบบ่อย)

Q1: TPB เหมาะกับงานวิจัยประเภทไหนครับ?

เหมาะกับงานที่ต้องการอธิบาย “พฤติกรรม” เช่น การใช้เทคโนโลยี สุขภาพ หรือสิ่งแวดล้อมครับ

Q2: TPB ต้องมีครบ 3 ตัวแปรไหมครับ?

ส่วนใหญ่ควรมีครบเพื่อให้โมเดลสมบูรณ์ครับ แต่บางงานอาจปรับตามบริบทได้ครับ

Q3: TPB ต่างจาก TAM ยังไงครับ?

TAM เน้นการยอมรับเทคโนโลยี ส่วน TPB ครอบคลุมพฤติกรรมทุกด้านครับ

Q4: TPB ใช้ทำกรอบแนวคิดได้ไหมครับ?

ได้เลยครับ TPB เป็นกรอบแนวคิดยอดฮิตในบทที่ 2 ครับ

Q5: ถ้าไม่เข้าใจ TPB จะทำยังไงดีครับ?

ทักพี่ได้เลยครับ พี่ช่วยอธิบายและจัดกรอบให้ครบจนกว่าจะผ่านครับ

RESEARCH

⚡ อ่านจบแล้ว... ยังรู้สึกว่า "งานวิจัย" เป็นเรื่องยาก? ⚡

อย่าปล่อยให้ความเครียดเรื่องธีซิสกัดกินเวลาของคุณ ให้ทีมงานมืออาชีพจาก อิมเพรส เลกาซี่ เป็นที่ปรึกษา เราพร้อมดูแลคุณทุกขั้นตอน

Line ID: @impressedu | Tel: 092-476-6638
Scroll to Top