แต่ถ้า "ไม่มีเวลา" ให้เราช่วยดูแลให้ไหม?
อ่านแล้วร้อง “อ๋อ!”
น้องๆ เคยไหมครับ…
เปิด SPSS มา เห็นคำว่า T-test แล้วใจสั่น
อาจารย์ถามว่า “ทำไมเลือกใช้สถิตินี้?” แล้วตอบไม่ถูก 😅
พี่บอกเลย ปัญหานี้เจอกันแทบทุกสาย โดยเฉพาะ งานวิจัยการตลาด
บทความนี้พี่จะเล่าให้ฟังแบบคนกันเองว่า
T-test คืออะไร ใช้ตอนไหน และเอาไปทำการตลาดได้จริงยังไง
อ่านจบ น้องจะไม่กลัว T-test อีกต่อไปครับ
ทำไมงานวิจัยการตลาดถึงหนี T-test ไม่พ้น?
ถ้าน้องทำวิจัยสายการตลาด พี่เชื่อว่า “ปัจจัยประชากรศาสตร์” ต้องโผล่มาแน่นอน
ไม่ว่าจะเป็น เพศ อายุ อาชีพ รายได้ หรือพฤติกรรมการใช้ชีวิต
พี่ขอพูดง่ายๆ แบบนี้ครับ
👉 T-test เอาไว้เปรียบเทียบคน 2 กลุ่ม ว่าเขาคิดหรือรู้สึกต่างกันไหม
เช่น
- เพศชาย vs เพศหญิง
- เคยซื้อ vs ไม่เคยซื้อ
- วางแผนล่วงหน้า vs ไม่วางแผน
- จะกลับมาเที่ยวอีก vs ไม่กลับมา
ถ้ามีแค่ “สองกลุ่ม” แบบนี้
พี่แนะนำเลยว่า T-test คือคำตอบครับ
ตัวอย่างที่น้องจะเจอจริงในงานวิจัย
ลองนึกภาพงานวิจัยการท่องเที่ยวดูนะครับ
เช่น ศึกษา ความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวจีนที่มาเที่ยวพัทยา
ตัวแปรที่เอามาทดสอบด้วย T-test อาจเป็น
- เพศชาย กับ เพศหญิง
- มาเที่ยวช่วงวันลาพักร้อน กับ วันหยุดเทศกาล
- มีการวางแผนจองที่พักล่วงหน้า กับ ไม่มี
ผลที่ได้อาจออกมาแบบนี้
นักท่องเที่ยวจีนเพศชาย มีความพึงพอใจสูงกว่า
มักมาเที่ยวช่วงวันลาพักร้อน
และมีแนวโน้มกลับมาเที่ยวซ้ำ ถ้ามีการจองที่พักล่วงหน้า
เห็นไหมครับ…
นี่ไม่ใช่แค่ “ตัวเลข” แต่คือ ข้อมูลการตลาดชั้นดี
⚡ พักตรงนี้นิดหนึ่งครับ
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังรู้สึกมึนๆ หรืออยากหาคนช่วย [รับทำวิจัย] แบบมืออาชีพ ที่การันตีผลงาน ทักหาพี่ได้เลยนะครับ
แล้วผล T-test เอาไปทำการตลาดยังไง?
พี่ขอพูดในมุมผู้ประกอบการนะครับ
เมื่อรู้ว่า
- ใครคือกลุ่มลูกค้าหลัก
- เขาชอบมาเที่ยวช่วงไหน
- เขาตัดสินใจจากอะไร
สิ่งที่ทำต่อได้คือ
- ยิง Ads ไปตรงกลุ่ม (ประหยัดงบมาก)
- ออกโปรโมชันให้ตรงพฤติกรรม
- ปรับแพ็กเกจที่พักหรือบริการให้โดนใจ
ไม่ใช่แค่ที่พักนะครับ
ยังต่อยอดไปถึง
- พนักงานบริการ
- ราคา
- โปรโมชั่น
- ประสบการณ์ลูกค้า
ทั้งหมดนี้เริ่มจาก T-test ตัวเดียว เลยครับ
💡 มุมมองจากพี่
พี่เคยเจอน้องหลายคนทำวิจัยดีมาก แต่ “พัง” ตรงเลือกสถิติผิด
บางเคสจริงๆ ควรใช้ T-test แต่ดันไปใช้ ANOVA
หรือไม่ก็อธิบายผลไม่เชื่อมกับบริบทการตลาด
เทคนิคลับของพี่คือ
👉 อย่าดูแค่ Sig. ให้ดูว่าเอาผลไปตอบโจทย์ธุรกิจยังไง
อาจารย์ชอบมากครับ
เพราะมันคือ “งานวิจัยที่เอาไปใช้ได้จริง” ไม่ใช่แค่ผ่านกระดาษ
สรุปสั้นๆ ให้เข้าใจง่าย
- T-test ใช้เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของ “2 กลุ่ม”
- เหมาะมากกับงานวิจัยการตลาดและสังคมศาสตร์
- ผลลัพธ์เอาไปต่อยอดทำการตลาดได้จริง
- ถ้าเลือกใช้ถูก อธิบายเป็น งานผ่านง่ายขึ้นเยอะครับ
อย่ากลัว T-test นะครับ
เข้าใจมัน = งานวิจัยของน้องดูโปรขึ้นทันที 💪
“ไม่มั่นใจ T-test หรือ SPSS? งานวิจัยมันยาก ให้พี่ช่วยไหม ปรึกษาฟรีที่ Line ได้เลยครับ”
FAQ คำถามที่น้องถามพี่บ่อย
A: งานที่ต้องการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของ 2 กลุ่มครับ
A: ได้มาก และนิยมมากครับ โดยเฉพาะงานพฤติกรรมผู้บริโภค
A: ไม่ได้ครับ ต้องเปลี่ยนไปใช้ ANOVA
A: ส่วนใหญ่ใช้ SPSS ครับ เพราะอาจารย์คุ้นเคยและตรวจง่าย
A: ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนครับ ดีกว่าแก้งานทีหลัง