💡 กำลังหาข้อมูลทำวิจัยอยู่ใช่ไหม? อ่านบทความนี้จบ ทำตามได้เลย!
แต่ถ้า "ไม่มีเวลา" ให้เราช่วยดูแลให้ไหม?
📋 ประเมินราคาวิจัย (ฟรี)

งง T-test ใช่ไหม พี่เข้าใจเลยครับ 😅

ถ้าพูดถึงการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ
พี่เชื่อว่าน้อง ๆ หลายคนต้องเคยเจอคำว่า T-test แน่นอน
แต่ปัญหาคือ…

“งานนี้ควรใช้ T-test dependent หรือ T-test independent ดี?”
“ใช้ผิดจะโดนอาจารย์ทักไหม?”
“ค่า Sig. ออกมาแล้ว แปลถูกหรือเปล่า?”

ไม่ต้องเครียดครับ
บทความนี้พี่จะอธิบายแบบ ภาษาคนทำวิจัยจริง
ไม่ใช่ภาษาตำรา อ่านจบแล้วเลือกสถิติได้ทันทีครับ


T-test คืออะไร (สั้น ๆ แต่เข้าใจ)

T-test คือสถิติที่ใช้ทดสอบว่า

ค่าเฉลี่ยของข้อมูลที่นำมาเปรียบเทียบ “แตกต่างกันจริง”
หรือเป็นความแตกต่างที่เกิดจากความบังเอิญทางสถิติ

โดยหลัก ๆ ที่น้อง ๆ ใช้กัน จะมี 2 แบบ คือ

  • T-test dependent

  • T-test independent


1. T-test dependent (Paired Samples T-test)

เริ่มจากตัวแรกก่อนครับ

T-test dependent ใช้เมื่อ
👉 กลุ่มตัวอย่างเป็น กลุ่มเดียวกัน
👉 แต่ถูกวัด มากกว่า 1 ครั้ง

จึงมักเรียกว่า การเปรียบเทียบก่อน–หลัง

ในโปรแกรม SPSS จะใช้ชื่อว่า Paired Samples T-test
นักวิจัยเลยเรียกสลับกันไปมาให้เข้าใจตรงกันครับ

ตัวอย่างที่พี่เจอบ่อยมาก

  • เปรียบเทียบคะแนน ก่อนเรียน–หลังเรียน ของนักเรียนกลุ่มเดิม

  • เปรียบเทียบผลก่อน–หลังการอบรมพนักงาน

  • งานทดลองทางวิทยาศาสตร์ที่วัดผลจากกลุ่มทดลองเดียวกัน

📌 พี่สรุปให้จำง่าย ๆ

“คนเดิม วัดซ้ำ → ใช้ T-test dependent”


⚡ พี่ขอแทรกนิดหนึ่ง

ถ้าน้อง ๆ อ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังรู้สึกมึน ๆ
หรืออยากหาคนช่วย [รับทำวิจัย] แบบมืออาชีพ
ที่ช่วยดูตั้งแต่เลือกสถิติ วิเคราะห์ SPSS จนรายงานผลให้ถูกต้อง
ทักหาพี่ได้เลยนะครับ พี่ดูแลจนกว่าจะผ่านจริง ๆ ครับ


2. T-test independent (Independent Samples T-test)

ต่อมาคือ T-test independent

สถิตินี้ใช้เมื่อ
👉 มีกลุ่มตัวอย่าง 2 กลุ่ม
👉 และ เป็นอิสระจากกัน (ไม่ใช่คนกลุ่มเดียวกัน)

นิยมใช้ในงานวิจัยเชิงสำรวจ
และงานเปรียบเทียบลักษณะประชากร

ตัวอย่างที่น้อง ๆ ใช้กันบ่อย

  • เปรียบเทียบผลการเรียน นักเรียนชาย–หญิง

  • เปรียบเทียบความพึงพอใจของลูกค้า 2 กลุ่ม

  • เปรียบเทียบพฤติกรรมผู้บริโภคระหว่างกลุ่มอายุ

📌 สูตรจำของพี่คือ

“คนละกลุ่ม ไม่เกี่ยวกัน → ใช้ T-test independent”


💡 มุมมองจากพี่ (ประสบการณ์ 15 ปี)

พี่เจอน้อง ๆ ผิดพลาดบ่อยที่สุดตรงนี้ครับ
คือ เลือกสถิติผิดทั้งที่ข้อมูลเก็บมาดีมาก

เคสจริงที่พี่เจอคือ
นักศึกษาวัดคะแนนก่อน–หลังนักเรียนกลุ่มเดียว
แต่ดันไปใช้ T-test independent
ผลคืออาจารย์ทักทันทีว่า “เลือกสถิติไม่ตรงลักษณะข้อมูล”

จำไว้นิดเดียวครับ

สถิติไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องเลือกให้ “ตรงบริบท”
ถ้าตรงตั้งแต่แรก งานจะผ่านง่ายขึ้นเยอะครับ


Summary: สรุปให้เข้าใจใน 10 วินาที

  • T-test dependent → กลุ่มเดียวกัน วัดซ้ำ ก่อน–หลัง

  • T-test independent → คนละกลุ่ม ไม่เกี่ยวกัน

  • เลือกผิด = วิเคราะห์ผิด แม้ค่า Sig. จะสวยแค่ไหน

  • เข้าใจโครงสร้างข้อมูล = เลือกสถิติได้ถูกต้องครับ

“สถิติมันยาก อย่าแบกคนเดียว ให้พี่ช่วยวิเคราะห์ T-test, SPSS และงานวิจัยของน้อง ๆ ตั้งแต่ต้นจนผ่านครับ”

ถ้าน้องๆ อยากให้พี่
✔ ช่วยปรับหรือแนะนำสถิติการวิจัย
✔ ตรวจสอบการแปลผลสถิติ
✔ หรือเขียนการแปลผลสถิติใหม่ให้ตรงใจอาจารย์

ส่งมาได้เลยครับ พี่ดูให้แบบพี่เลี้ยงจริงใจครับ 😊

FAQ ที่พี่พบบ่อยมาก ๆ

ถ้าเป็นก่อน–หลัง ต้องใช้ T-test อะไร?

ใช้ T-test dependent เพราะเป็นกลุ่มเดียวกันครับ

เปรียบเทียบชาย–หญิง ใช้สถิติอะไร?

ใช้ T-test independent เพราะเป็นคนละกลุ่มครับ

ค่า p-value เท่าไรถึงถือว่ามีนัยสำคัญ?

โดยทั่วไปใช้ระดับ .05 หาก p < .05 ถือว่ามีนัยสำคัญครับ

ใช้ T-test กับกลุ่มตัวอย่างเยอะ ๆ ได้ไหม?

ได้ครับ แต่ต้องตรวจสอบสมมติฐานของข้อมูลก่อนใช้งานครับ

RESEARCH

⚡ อ่านจบแล้ว... ยังรู้สึกว่า "งานวิจัย" เป็นเรื่องยาก? ⚡

อย่าปล่อยให้ความเครียดเรื่องธีซิสกัดกินเวลาของคุณ ให้ทีมงานมืออาชีพจาก อิมเพรส เลกาซี่ เป็นที่ปรึกษา เราพร้อมดูแลคุณทุกขั้นตอน

Line ID: @impressedu | Tel: 092-476-6638
Scroll to Top