💡 กำลังหาข้อมูลทำวิจัยอยู่ใช่ไหม? อ่านบทความนี้จบ ทำตามได้เลย!
แต่ถ้า "ไม่มีเวลา" ให้เราช่วยดูแลให้ไหม?
📋 ประเมินราคาวิจัย (ฟรี)

งานวิจัยทางสังคมศาสตร์มีเป้าหมายสำคัญในการอธิบาย ทำความเข้าใจ และคาดการณ์พฤติกรรมมนุษย์ ความสัมพันธ์ทางสังคม และปรากฏการณ์ทางสังคมในมิติต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา สังคมวิทยา รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์พฤติกรรม หรือการบริหารและพัฒนาชุมชน การใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์และการวิเคราะห์ทางสถิติอย่างเป็นระบบจึงเป็นหัวใจสำคัญของการวิจัยสมัยใหม่

หนึ่งในโปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้รับความนิยมสูงสุดในงานวิจัยสังคมศาสตร์ คือ SPSS (Statistical Package for the Social Sciences) เนื่องจากมีความสามารถครอบคลุมการวิเคราะห์ทางสถิติที่จำเป็น ใช้งานง่าย และสอดคล้องกับมาตรฐานทางวิชาการ โดยเฉพาะในระดับวิทยานิพนธ์และบทความวิจัย

บทความนี้มุ่งอธิบาย การใช้ SPSS ในงานวิจัยทางสังคมศาสตร์ อย่างครบถ้วน ตั้งแต่เหตุผลที่ควรใช้ SPSS การเตรียมข้อมูล การวิเคราะห์สถิติเชิงพรรณนาและเชิงอนุมาน การใช้ Regression และการแปลผล ไปจนถึงแนวทางเขียนรายงานผลการวิจัย เพื่อให้นักวิจัยสามารถใช้ SPSS ได้อย่างถูกต้อง น่าเชื่อถือ และเป็นมืออาชีพ


Table of Contents

บทบาทของ SPSS ในงานวิจัยทางสังคมศาสตร์

SPSS ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์งานวิจัยด้านสังคมศาสตร์โดยเฉพาะ เนื่องจากงานวิจัยประเภทนี้มักมีลักษณะสำคัญ ได้แก่

  • ข้อมูลจากแบบสอบถามจำนวนมาก

  • ตัวแปรนามธรรม เช่น ทัศนคติ ความพึงพอใจ การรับรู้

  • การใช้สถิติเชิงอนุมานเพื่อทดสอบสมมติฐาน

SPSS ช่วยให้นักวิจัยสามารถ

  • จัดการและวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างเป็นระบบ

  • ลดความซับซ้อนของการคำนวณทางสถิติ

  • แสดงผลลัพธ์ในรูปตารางและสถิติที่พร้อมนำไปเขียนรายงาน


เหตุผลที่งานวิจัยสังคมศาสตร์นิยมใช้ SPSS

การใช้ SPSS ในงานวิจัยทางสังคมศาสตร์มีข้อได้เปรียบหลายประการ ได้แก่

  1. ใช้งานง่าย
    SPSS มีเมนูแบบกราฟิก (GUI) ไม่จำเป็นต้องเขียนโค้ด เหมาะสำหรับนักวิจัยที่ไม่ได้มีพื้นฐานการเขียนโปรแกรม

  2. รองรับสถิติที่ใช้บ่อยในสังคมศาสตร์
    เช่น ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน t-test, ANOVA, Correlation, Regression

  3. สอดคล้องกับมาตรฐานวิทยานิพนธ์
    ตารางผลลัพธ์จาก SPSS เป็นรูปแบบที่คุ้นเคยของคณะกรรมการสอบและวารสารวิชาการ

  4. เหมาะกับข้อมูลจากแบบสอบถาม
    สามารถจัดการข้อมูลมาตรประมาณค่า (Likert Scale) และข้อมูลเชิงกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ลักษณะข้อมูลในงานวิจัยทางสังคมศาสตร์

ก่อนใช้ SPSS นักวิจัยต้องเข้าใจลักษณะข้อมูลที่พบได้บ่อยในงานสังคมศาสตร์ ได้แก่

  • ข้อมูลเชิงปริมาณ (Quantitative Data)
    เช่น คะแนน ระดับความคิดเห็น ค่าเฉลี่ย

  • ข้อมูลเชิงกลุ่ม (Categorical Data)
    เช่น เพศ ระดับการศึกษา อาชีพ

  • ข้อมูลจากมาตรประมาณค่า
    เช่น ระดับความพึงพอใจ 5 ระดับ

SPSS สามารถจัดการข้อมูลทุกประเภทเหล่านี้ได้อย่างเป็นระบบ


ขั้นตอนที่ 1 การเตรียมข้อมูลใน SPSS

การใช้ SPSS อย่างมีประสิทธิภาพเริ่มต้นจากการเตรียมข้อมูลที่ถูกต้อง

การกำหนดตัวแปร (Variable View)

  • ตั้งชื่อตัวแปรให้สื่อความหมาย

  • กำหนดชนิดข้อมูล (Numeric / String)

  • กำหนด Value Labels สำหรับข้อมูลเชิงกลุ่ม

การป้อนข้อมูล (Data View)

  • ป้อนข้อมูลให้ครบถ้วน

  • ตรวจสอบค่าผิดปกติและข้อมูลสูญหาย

การเตรียมข้อมูลที่ดีช่วยลดข้อผิดพลาดในการวิเคราะห์ขั้นต่อไป


ขั้นตอนที่ 2 การใช้สถิติเชิงพรรณนาใน SPSS

สถิติเชิงพรรณนาเป็นขั้นตอนแรกของการวิเคราะห์ข้อมูลในงานวิจัยสังคมศาสตร์

ตัวอย่างสถิติเชิงพรรณนาที่ใช้บ่อย

  • ค่าเฉลี่ย (Mean)

  • ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)

  • ความถี่และร้อยละ

การใช้ SPSS ช่วยให้นักวิจัยสามารถสรุปลักษณะทั่วไปของกลุ่มตัวอย่างได้อย่างชัดเจน


ขั้นตอนที่ 3 การทดสอบสมมติฐานด้วยสถิติเชิงอนุมาน

หลังจากสรุปข้อมูลเบื้องต้นแล้ว งานวิจัยสังคมศาสตร์ส่วนใหญ่จะเข้าสู่การทดสอบสมมติฐาน ซึ่ง SPSS รองรับสถิติเชิงอนุมานที่หลากหลาย

สถิติที่ใช้บ่อยในงานสังคมศาสตร์

  • t-test: เปรียบเทียบค่าเฉลี่ย

  • ANOVA: เปรียบเทียบหลายกลุ่ม

  • Correlation: วิเคราะห์ความสัมพันธ์

  • Regression: วิเคราะห์อิทธิพลของตัวแปร


การใช้ Regression ใน SPSS สำหรับงานวิจัยสังคมศาสตร์

Regression Analysis เป็นหัวใจสำคัญของงานวิจัยสังคมศาสตร์เชิงปริมาณ

ตัวอย่างการใช้ Regression

  • วิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลต่อความพึงพอใจ

  • วิเคราะห์อิทธิพลของทัศนคติต่อพฤติกรรม

  • วิเคราะห์ปัจจัยทางสังคมที่มีผลต่อการมีส่วนร่วม

SPSS ช่วยให้นักวิจัยสามารถ

  • ทดสอบสมมติฐานระดับโมเดล (F-test)

  • ทดสอบสมมติฐานระดับตัวแปร (t-test)

  • แปลผลค่าสัมประสิทธิ์การถดถอยได้อย่างชัดเจน


การตรวจสอบข้อสมมติทางสถิติด้วย SPSS

การใช้ SPSS อย่างถูกต้องต้องมีการตรวจสอบข้อสมมติของสถิติ เช่น

  • ความเป็นเชิงเส้น

  • ความแปรปรวนคงที่

  • การแจกแจงแบบปกติ

  • Multicollinearity

SPSS มีเครื่องมือช่วยตรวจสอบสมมติฐานเหล่านี้ ซึ่งช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของผลการวิจัย


การแปลผลลัพธ์จาก SPSS ในบริบทสังคมศาสตร์

การแปลผลไม่ควรหยุดอยู่ที่การรายงานค่า p-value แต่ควร

  • เชื่อมโยงผลลัพธ์กับทฤษฎี

  • อธิบายผลในบริบททางสังคม

  • ระบุข้อจำกัดของข้อมูลและวิธีการ

ตัวอย่าง

ผลการวิเคราะห์ Regression พบว่าการสนับสนุนจากครอบครัวมีอิทธิพลต่อการมีส่วนร่วมทางสังคมอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนบทบาทของโครงสร้างครอบครัวต่อพฤติกรรมทางสังคมของเยาวชน


การเขียนรายงานผลการวิเคราะห์จาก SPSS

งานวิจัยทางสังคมศาสตร์ที่ดีต้องสามารถถ่ายทอดผลการวิเคราะห์จาก SPSS ได้อย่างเป็นระบบ

แนวทางการเขียนที่เหมาะสม

  • ระบุสถิติที่ใช้และเหตุผล

  • รายงานค่าเฉลี่ย, S.D., t, F, β และ p-value

  • ใช้ภาษาทางวิชาการ ชัดเจน ไม่กำกวม


ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการใช้ SPSS ในงานสังคมศาสตร์

  1. ใช้สถิติไม่เหมาะกับชนิดข้อมูล

  2. ไม่ตรวจสอบข้อสมมติของสถิติ

  3. แปลผลโดยดูเฉพาะค่า p-value

  4. สรุปผลเชิงสาเหตุเกินขอบเขตข้อมูล

  5. คัดลอกผลจาก SPSS โดยไม่อธิบาย

การหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดเหล่านี้ช่วยให้งานวิจัยมีคุณภาพมากขึ้น


ข้อดีและข้อจำกัดของการใช้ SPSS ในงานวิจัยสังคมศาสตร์

ข้อดี

  • ใช้งานง่าย

  • รองรับสถิติที่จำเป็น

  • เป็นที่ยอมรับในวงวิชาการ

ข้อจำกัด

  • วิเคราะห์ขั้นสูงบางประเภทได้จำกัด

  • ต้องอาศัยความเข้าใจทางสถิติควบคู่

นักวิจัยควรใช้ SPSS เป็น “เครื่องมือ” ไม่ใช่ “ตัวแทนความรู้ทางสถิติ”


บทสรุป

การใช้ SPSS ในงานวิจัยทางสังคมศาสตร์ เป็นแนวทางที่ช่วยให้นักวิจัยสามารถวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณได้อย่างเป็นระบบ ถูกต้อง และสอดคล้องกับมาตรฐานทางวิชาการ SPSS ช่วยลดภาระการคำนวณ แต่ยังคงต้องอาศัยความเข้าใจด้านสถิติ การออกแบบงานวิจัย และการตีความผลลัพธ์อย่างรอบคอบ

SPSS ที่ใช้อย่างมีคุณภาพ ไม่ได้วัดจากจำนวนเมนูที่ใช้ แต่จากความสามารถของนักวิจัยในการ เชื่อมโยงข้อมูล ตัวเลข และทฤษฎีเข้าด้วยกันอย่างมีเหตุผล

RESEARCH

⚡ อ่านจบแล้ว... ยังรู้สึกว่า "งานวิจัย" เป็นเรื่องยาก? ⚡

อย่าปล่อยให้ความเครียดเรื่องธีซิสกัดกินเวลาของคุณ ให้ทีมงานมืออาชีพจาก อิมเพรส เลกาซี่ เป็นที่ปรึกษา เราพร้อมดูแลคุณทุกขั้นตอน

Line ID: @impressedu | Tel: 092-476-6638
Scroll to Top